อีโคคาร์มือสอง ที่มาในรูปแบบซีดาน 4 ประตู Suzuki Ciaz 2017 เป็นรถยนต์ที่มีวางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 5 รุ่นย่อยด้วยกัน และสามารถแบ่งออกเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดาจำนวน 2 รุ่น และ เกียร์อัตโนมัติจำนวน 3 รุ่นเ ริ่มตั้งแต่รุ่น GA MT ซึ่งเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา เป็นรุ่นที่ไม่มีชุดเครื่องเสียง ไม่มีระบบเบรค ABS และ เป็นล้ออัลลอยแบบไม่มีฝาครอบ อีกรุ่นจะเป็นรุ่น RS CVT ซึ่งเป็นรุ่นท็อปที่สุดจะมีอุปกรณ์มาตรฐานมาอย่างครบครัน ซึ่งจะมาพร้อมกับชุดแต่งดีไซน์แบบครบครันที่ส่งตรงจากโรงงาน

อีโคคาร์มือสอง Suzuki Ciaz 2017 รีวิว

  • เป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.25 ลิตร รหัส K12B
  • โดยมีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 91 แรงม้า (PS) / 6,000 รอบต่อนาที
  • มีแรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร / 4,800 รอบต่อนาที
  • เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT
  • อัตราทดเกียร์ 4.006 – 0.550
  • เฟืองท้าย 3.757
  • มาพร้อมกับระบบเบรกหน้า ดิสก์
  • มาพร้อมกับระบบเบรกหลัง ดรัม
  • ดีไซน์ภายนอกของรถรุ่นนี้ถือได้ว่าออกแบบมาอย่างลงตัวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนในด้านกระโปรงหน้า ฝากระโปรงท้าย และความยาวฐานล้อที่มีระดับเดียวกับ B-Segment 
  • มาพร้อมกับเครื่องยนต์1500 ซีซี
  • ด้านหน้าตัวรถมาพร้อมกับไฟโปรเจคเตอร์ halogen ที่ทำให้รถดูสวย และ เทห์มากยิ่งขึ้น โดยมีการออกแบบมาให้รับกับกระจกหน้าโครเมี่ยม
  • มีการติดตั้งไฟตัดหมอกคู่หน้าในบริเวณกันชน และ เสริมความหล่อเท่ห์ด้วยสเกิร์ตรอบคัน พร้อมกับสปอยเลอร์บนฝากระโปรงหลัง ติดตั้งกระจกมองข้างที่สามารถปรับ และ พับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
  • มีตกแต่งด้วยโครเมียมบริเวณหน้าต่าง และ ที่เปิดประตู
  • ตัวถังจะวางอยู่บนล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 195/55 R16
  • ภายในห้องโดยสารมีการออกแบบมาอย่างเรียบง่าย แต่ก็แฝงด้วยความหรูหรา ถึงแม้ว่าวัสดุส่วนใหญ่ภายในห้องโดยสารจะเป็นยังคงพลาสติกแข็ง แต่ก็ยังให้ความรู้สึกหรูกรา มีราคา และ น่าใช้งาน
  • ตัวเบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังแท้สลับกับหนังสังเคราะห์ ซึ่งเบาะนั่งในฝั่งของคนขับนั้นสามารถทำการปรับระดับสูง-ต่ำได้ ขนาดของเบาะถือว่าเป็นขนาดที่กำลังดี สามารถนั่งโดยสารได้อย่างสบาย ฟองน้ำในตัวเบาะยังเน้นให้รู้สึกถึงความนุ่มนวลอีกด้วย ตัวปีกเบาะให้ความโอบกระชับพอประมาณแบบไม่รู้สึกอึดอัด แต่ก็อาจทำให้ร่างกายของผู้โดยสารขยับไปมาขณะเข้าโค้งแรงๆได้เช่นกัน
  • ห้องโดยสารด้านหลังถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ของรถรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ เพราะด้วยพื้นที่ในการวางขาที่สามารถนั่งไขว่ห้างได้สบายๆ แต่พื้นที่ในบริเวณเหนือศีรษะนั้นอาจถูกเบียดบังจากแนวหลังคาที่ลาดเทไปบ้าง
  • บริเวณพนักพิงศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนหลังเป็นแบบยึดตายทุกรุ่นย่อย ซึ่งไม่สามารถทำการปรับสูง-ต่ำได้ หากโดยสารนานๆ ก็อาจทำให้เมื่อยคอได้
  • พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้าน มีดีไซน์เดียวกับ Swift ซึ่งจะมาพร้อมปุ่มในการควบคุมเครื่องเสียง และ ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ มาตรวัดความเร็วถูกออกแบบมาให้อ่านง่าย ติดตั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ซึ่งสามารถทำการแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่างๆได้ เช่น อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย ระยะทางที่วิ่งได้จากปริมาณน้ำมันที่เหลือ อุณหภูมิภายนอกรถ เป็นต้น
  • ชุดเครื่องเสียง และ หน้าจอสัมผัสนัั้น เป็นหน้าจอขนาด 7 นิ้ว มีระบบนำทางให้ในตัว สามารถรองรับแผ่น CD/MP3/WMA สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth รวมไปจนถึงยังสามารถรองรับ Apple CarPlay ได้อีกด้วย ซึ่งการใช้งานระบบดังกล่าวจะต้องทำการเชื่อมต่อผ่านสาย USB เข้ากับสมาร์ทโฟนระบบ iOS เท่านั้น หากต้องการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธปกติจะไม่สามารถใช้งานระบบ Apple CarPlay ได้
  • ตัวเครื่องเสียงมีการขับกำลังเสียงผ่านลำโพงทั้งหมด 4 จุด และ ทวีตเตอร์ด้านหน้าอีก 2 จุด ซึ่งคุณภาพเสียงที่ได้ถือว่าพอรับได้ โดยเหมาะสำหรับฟังเพลงหรือวิทยุทั่วไป แต่อาจจะไม่ถูกใจคอเบสเท่าไหร่นัก หากต้องการเน้นคุณภาพในเรื่องของเสียงจริงๆ ก็สามารถพาไปอัพเกรดเพิ่มเติมภายหลังได้ไม่ยาก
  • มาพร้อมกับระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่ยกยกชุดมาจาก Swift ซึ่งจะติดตั้งในรุ่น GLX และ RS เท่านั้น โดยจะให้ความเย็นอย่างรวดเร็วทันใจไม่แพ้รถยี่ห้ออื่นอย่างแน่นอน
  • ระบบความปลอดภัยของรถยนต์ทุกรุ่นย่อยมีการติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (ยกเว้นรุ่น GA MT) วงจรเพิ่มแรงดันเบรก BA เข็มขัดนิรภัยพร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติแบบ 3 จุด จำนวน 4 ที่นั่ง และ แบบ 2 จุดอีก 1 ที่นั่ง